ข่าวสารประเทศตลาดใหม่และอื่นๆ

"ดรากี" เชื่อมั่นแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและภาวะเงินเฟ้อในยูโรโซนว่าจะเป็นไปได้อย่างต่อเนื่องถึงปี 2559 หลังธนาคารกลางยุโรปยังตัดสินใจไม่ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม

13 มีนาคม พ.ศ. 2557

"ดรากี" เชื่อมั่นแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและภาวะเงินเฟ้อในยูโรโซนว่าจะเป็นไปได้อย่างต่อเนื่องถึงปี 2559 หลังธนาคารกลางยุโรปยังตัดสินใจไม่ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป หรืออีซีบี เปิดเผยรายงานตัวเลขคาดการณ์แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของยูโรโซนที่จัดทำขึ้นโดยอีซีบีว่า เวลานี้ทางธนาคารคาดการณ์เศรษฐกิจในภูมิภาคขยายตัว 1.2% ในปี 2557 เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เมื่อเดือนธันวาคมปีก่อนที่ 1.1% เล็กน้อย ขณะที่ปี 2558 คาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้ 1.5 และ 1.8% ในปี 2559

    ทั้งนี้คณะกรรมการบริหารของอีซีบีตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.25% เช่นเดิม และไม่มีการประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมภายหลังการประชุมประจำเดือนในวันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา โดยนายดรากีกล่าวว่า "คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจเบื้องต้นของเราได้รับการยืนยันจากรายงาน ข่าวที่ออกมานับตั้งแต่การประชุมครั้งก่อนก็เป็นไปในทิศทางบวก"

    ขณะเดียวกัน รายงานล่าสุดของอีซีบีคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในปี 2557 ไว้ที่ 1.0% ลดลงจากการคาดการณ์ในเดือนธันวาคมที่ 1.1% อย่างไรก็ดี อีซีบีประเมินว่าภาวะเงินเฟ้อจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 1.3% ในปี 2558 และ 1.5% ในปี 2559 ขณะที่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2559 เงินเฟ้อจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 1.7%

    "จากการประเมินความเสี่ยง ทั้งความเสี่ยงด้านบวกและด้านลบต่อแนวโน้มราคาถูกมองว่ามีอยู่จำกัด และคาดว่าจะหักล้างกันไปในระยะกลาง" นายดรากีกล่าว

    แม้นายดรากีจะเน้นย้ำว่า ยูโรโซนกำลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อต่ำที่ยาวนาน แต่ปฏิเสธว่าสถานการณ์ในยูโรโซนจะเป็นเหมือนกับญี่ปุ่นที่ถูกภาวะเงินฝืดรุมเร้าจนเศรษฐกิจไม่มีการเติบโตมาเป็นเวลาถึง 20 ปี "เราเชื่อว่าสถานการณ์แตกต่างกัน" นายดรากีกล่าว พร้อมกับเสริมว่า อีซีบีแตกต่างจากธนาคารกลางญี่ปุ่นตรงที่ได้ดำเนินมาตรการอย่างทันท่วงทีเพื่อจัดการกับภาวะเศรษฐกิจหยุดนิ่งอยู่กับที่

    นายดรากีกล่าวอีกว่า อุปสงค์ของผู้บริโภคภายในยูโรโซนได้รับปัจจัยสนับสนุนจากราคาพลังงานต่ำ อีกทั้งสถานะทางการเงินของธนาคารและบริษัทเอกชนต่างๆ ในยูโรโซนดีกว่าในญี่ปุ่นเมื่อครั้งที่ญี่ปุ่นตกอยู่ในช่วง "ทศวรรษที่สูญหาย" (Lost Decade)

    การตัดสินใจไม่ออกมาตรการเพิ่มเติมของอีซีบีสร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุนในตลาด ส่วนหนึ่งเนื่องจากก่อนหน้านี้นายดรากีเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยกล่าวว่าอีซีบีจะมีข้อมูลเพียงพอภายในการประชุมเดือนมีนาคมเพื่อตัดสินใจว่าจะลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกหรือไม่

    นักวิเคราะห์บางรายคาดหมายว่า อีซีบีจะลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงไม่ให้อัตราเงินเฟ้อที่ในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 0.8% ลดต่ำลงไปอีก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญอีกจำนวนหนึ่งคาดหมายว่าจะมีมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบธนาคารจากอีซีบี

    นายดรากีกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทางการอีซีบีได้หารือกันถึงเรื่องการลดดอกเบี้ย เป็นการส่งสัญญาณว่ายังมีโอกาสที่อีซีบีจะกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมถ้าเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ นอกจากนี้แนวคิดของการนำมาตรการที่เข้มข้นกว่า เช่น โครงการปล่อยเงินกู้ให้ธนาคารพาณิชย์ รวมถึงการซื้อสินทรัพย์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ Quantitative Easing (QE) ยังคงเป็นมาตรการทางเลือก

    อย่างไรก็ดี นักเศรษฐศาสตร์มองว่า คำกล่าวของนายดรากีภายหลังการประชุมสะท้อนให้เห็นว่าอีซีบีพึงพอใจกับแนวโน้มคาดการณ์เศรษฐกิจและเงินเฟ้อล่าสุด ดังนั้นจึงมีโอกาสน้อยที่อีซีบีจะมีมาตรการใดๆ ออกมาในระยะเวลาอันใกล้ กระนั้นยังคงมีปัจจัยเสี่ยงจากวิกฤตการณ์ในยูเครนที่มีโอกาสกระทบการฟื้นตัวของยูโรโซน แม้ว่ายูเครนและยูโรโซนจะมีความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจต่อกันไม่มากนัก

    นายดรากีกล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะคาดเดาผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดกับยูโรโซนในช่วงเริ่มแรกของวิกฤติเช่นนี้ "จนถึงขณะนี้เราเห็นผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจรัสเซียและยูเครน แต่มันยากมากๆ ที่จะคาดเดาว่าจะเกิดผลอย่างไรใน 2-3 ปีข้างหน้า เพราะนั่นเป็นสิ่งที่เราต้องดู"