ข่าวสารกลุ่มประเทศอาเซียน

รมช.พณ.เตรียมเยือนเมียนมาร์ หารือความร่วมมือการค้า ลงทุนเขตศก.พิเศษแม่สอด

6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

วันที่ 13 มกราคม นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (พณ.)  เปิดเผยว่าในระหว่างวันที่ 14-15 ม.ค. 2558 จะเดินทางเยือนเมียนมาร์ เพื่อหารือร่วมกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์สหภาพเมียนมาร์ ในประเด็นความร่วมมือด้านการลงทุน โดยเฉพาะการค้าการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด จ.ตาก และจะเป็นประธานเปิดงาน Thailand Week 2015 ร่วมกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ของเมียนมาร์ ณ กรุงย่างกุ้ง ซึ่งภายในงานจะมีกิจกรรมเจรจาธุรกิจ การแสดงสินค้า โดยปีนี้มีบริษัทไทยร่วมงาน 177 ราย และบริษัทผู้นำเข้าสินค้าไทยในเมียนมาร์ 35 ราย ประกอบด้วย อาหารและเครื่องดื่ม 60 คูหา ของใช้ของตกแต่งบ้าน 44 คูหา เสื้อผ้าและรองเท้า 26 คูหา สุขภาพและความงาม 45 คูหา ธุรกิจบริการ(โรงแรม/ก่อสร้าง/การศึกษา/สปา/แฟรนไชส์) 9 คูหา ชิ้นส่วนยานยนต์และอุปกรณ์ 11 คูหา คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงาน 30,000 คน นอกจากนี้ยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ในการร่วมเป็นหุ้นส่วนเพื่อความมั่นคงและการพัฒนา ที่มีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการส่งเสริมและเร่งรัดผลักดันการค้าการลง ทุนระหว่างสองประเทศให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นในปี 2558


สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด จ.ตาก เชื่อมตรงกับเขตเศรษฐกิจชายแดนเมียวดี เมียนมาร์สามารถเชื่อมต่อสู่ท่าเรือเมาะละแหม่ง และกรุงย่างกุ้ง ได้สะดวก ขณะที่รัฐบาลเมียนมาร์มีนโนบายดึงดูดนักลงทุนต่างชาติที่น่าสนใจมาก เช่น ได้รับยกเว้นภาษีนิติบุคคล 5 ปี คนที่ทำงานในบริษัทที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนเสียภาษีเงินได้เพียงร้อยละ 10 (ปกติร้อยละ 15) เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด มีศักยภาพในการพัฒนาสูงเนื่องจากมีฐานการลงทุนเดิมในพื้นที่ที่มีแรงงาน พร้อม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น เช่น สิ่งทอ อุตสาหกรรมสินค้าเกษตรแปรรูป เฟอร์นิเจอร์ นอกจากนี้ พื้นที่ที่สามารถอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าข้ามแดน คลังสินค้า สามารถจัดตั้งเป็นศูนย์โลจิสติกส์ที่มีความได้เปรียบ นอกจากนี้ยังเป็นตลาดการค้าชายแดนที่สำคัญและเพื่อเป็นการส่งเสริมการค้าชาย แดนให้มีความคึกคัก กระทรวงพาณิชย์จึงมีกำหนดจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า การจับคู่ธุรกิจการค้า และการสัมมนา ในวันที่ 28 ม.ค. – 1 ก.พ. 2558ณ อำเภอแม่สอด จ.ตาก

 

 

นางอภิรดี กล่าวเพิ่มว่า สินค้าและธุรกิจไทยที่มีศักยภาพและโอกาสสูงที่ควรลงทุนในตลาดเมียนมาร์ คือ กลุ่มอุปโภคบริโภคในการดำรงชีวิตประจำวัน เช่นอาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยวต่างๆ กลุ่มเครื่องจักรกลการเกษตร เช่น รถไถนา เครื่องพ่นยาฆ่าแมลง เครื่องสูบน้ำ เครื่องสีข้าวขนาดเล็ก กลุ่มชิ้นส่วนและอุปกรณ์อะไหล่ยานยนต์ เพราะส่วนใหญ่ในเมียนมาร์จะเป็นยานยนต์มือสอง เป็นโอกาสให้ไทยสามารถส่งออกสินค้าในกลุ่มนี้ได้เพิ่มขึ้นกลุ่มวัสดุก่อ สร้าง นอกจากนี้ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเริ่มเปิดประเทศในช่วงแรกๆของเมีย นมาร์ เช่น ธุรกิจการท่องเที่ยวและร้านอาหาร สินค้าประเภทไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไทยมีศักยภาพและสามารถเข้าไปจับจองพื้นที่ทางการตลาดได้ไม่ ยาก

CR:http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1421127815